คำกลอน 3 ภาค โดย พระมหาวิริยะ ปญฺญาวชิโร
นวกรรม เตือนย้ำ ให้รำลึก
ให้ตรองตรึก นึกซึ้ง ถึงความหลัง
หลายรูปร่วม เรี่ยวแรง แบ่งกำลัง
ต่างขึงขัง ตั้งใจ ใช้ปัญญา
ร่วมวางแปลน แผนงาน การก่อสร้าง
ตีตาราง วางผัง วัดองศา
มือเคยจับ ขยับเขียน ปลายปากกา
ก็เปลี่ยนมา จับจอบเสียม เตรียมพื้นดิน
ยี่สิบวัน ที่ท่าน กำหนดให้
ดุจเส้นตาย กรีดลง ตรงแผ่นหิน
แต่รุ่นนี่ มีไฟ ไม่ยลยิน
ต่อให้หิน ก็จักด้น ก่นขึ้นมา
เช้าจรดค่ำ ย้ำเข้า สู่รุ่งสาง
เหงื่อโทรมร่าง มอมแมม ไม่ถือสา
ยังจับจอบ ขุดหลุม ทุ่มวังชา
ถึงเวลา ทำวัตรเช้า เข้าสวดมนต์
เช้าฉันเสร็จ เช็ดเหงื่อ บนใบหน้า
ท่านเลขา เจรจา ว่าทุกหน
งานยังเหลือ อีกเยอะ นะทุกคน
จงอดทน เร่งมือกัน ให้ทันกาล"
รีบเข้างาน สานต่อ ตามหน้าที่
แม้บางที เหนื่อยท้อ ต่อสังขาร
เรี่ยวแรงหาย กายล้า จากวันวาน
อุดมการณ์ ยังปลุกปั่น ให้ดั้นไป
พื้นปกคลุม ด้วยสุมทุม ของพุ่มหญ้า
แปรเปลี่ยนมา เป็นรูปทรง ตรงฝันใฝ่
กุฏิรุ่น สืบรุ่น ธรรมทูตไทย
สำเร็จได้ ดั่งประสงค์ ตรงเวลา
รุ่นสิบสาม สร้างสรรค์ อนุสรน์
อุทาหรณ์ ฝากไว้ ในศาสนา
มอบถวาย เป็นนุสรณ์ แด่ครูบา
นามท่านว่า พระธรรมวโรดม |
ย่างเข้าสู่ งานขจัด ดัดนิสัย
สมาทาน กรรมฐาน งานขัดใจ
ขัดเกลาให้ เบาบาง ห่างมลทิน
จะก้มเงย เหยียดคู้ ให้ดูจิต
จะพูดคิด จิตตาม ทรามถวิล
จะย่างเยื้อง จิตตามดู เป็นอาจิณต์
เหยียบพื้นดิน ย่างไป ให้รู้ตาม
มดจะกัด ขัดใจ ให้ตามรู้
จิตหดหู่ ขัดใจ ใคร่ไถ่ถาม
ต้องเก็บกด ถือกำหนด ทุกโมงยาม
อย่าผลีผลาม เอ่ยลับ กับผู้ใด
เช้าจรดเย็น บำเพ็ญ ต่อจนดึก
เหล่าฆ่าศึก รุกล้ำ กำหนดไว้
จิตกวัดแกว่ง ซัดส่าย อย่าตายใจ
ตามจิตไป กำหนดรู้ อย่าวู่วาม
เมื่อจิตคิด กำหนดคิด อย่าติดอยู่
เสียงเข้าหู กำหนดรู้ อย่าสู่ถาม
จิตง่วงเหงา เศร้าซึม อย่าลืมตาม
ทุกรูปนาม ถือปฏิบัติ ไม่ขัดใจ
แม้บางรูป ดึกดื่น ยังตื่นอยู่
จะเข้าสู่ ภวังค์ ยังสงสัย
เสียงก๊อบแก๊บ กร๊อบแกร๊บ ของผู้ใด
เดินวนไป เวียนมา หน้ากลดเรา
ครั้นจะลุก ปลุกเพื่อน ให้ช่วยดู
จิตนึกรู้ อย่าเลย อย่าเอ่ยเขา
ฤาเรานึก ตรึกเอง เกรงหูเบา
ฤาใครเขา มาง้อ ขอส่วนบุญ
ครั้นรู้แน่ จึงแผ่ ส่วนกุศล
แม้สุดทน จิตหวั่น โลกพลันหมุน
ปากก็พร่ำ ย้ำใป ให้ส่วนบุญ
ถ้าหากคุณ ได้รับ อย่ากลับมา!!
วันหมุนวน จนเดือน จะเลื่อนผ่าน
พอถึงกาล ทุกรูปรู้ ดูหรรษา
ฝึกอบรม สมคะเน ตามเวลา
สุขอุรา ผ่านการฝึก ทุกรูปนาม
|
..ย้ายจากป่า เข้ามาสู่ เมืองหลวง
เจ็บในทรวง นึกห่วง อาวรหา
เคยพำนัก พากเพียร เรียนวิปัสสนา
นับเวลา ได้กว่า ห้าสิบวัน
บัดนี้ต้อง ล้างลา มาวังน้อย
เพื่อเรียนถ้อย รู้ความ ตามที่ฝัน
แปดเอ็ดรูป พร้อมเพรียง เรียงหน้ากัน
ร่วมสืบสาน ศึกษา วิชาการ
ทั้งฝึกพูด ฝึกคิด ผลิตสื่อ
ทั้งฝึกปรือ ภาษา วิชาสาร
ฝึกต้อนรับ ขับสู้ ผู้พ้องพาน
ฝึกทั้งการ ทำงาน ผสานกัน
เรียนรู้การ ครองตน ต่างถิ่นที่
รู้วิธีการ ทำงาน สมานฉันท์
รู้ช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อ กันและกัน
รู้แบ่งปัน น้ำใจ และไมตรี
สถานที่ มีอุปสรรค พำนักอยู่
ไม่เลิศหรู อยู่ได้ ใจสุขขี
แม้ไม่พร้อม ขาดสีสัน บรรดามี
เพราะเป็นที่ แห่งใหม่ ใช้อบรม
บรรยากาศ รอบที่พัก พำนักนั้น
มีสีสัน ทุ้งนา มาผสม
กลิ่นดินโคลนลอยล่อง ตามคลองลม
เพียงสูดดม ย้อนฝัน ถึงวันเยาว์
แม้แดดแรง สาดส่อง จากร้องเมฆ
สายลมเบรค แดดไว้ ให้อับเฉา
จึงเหลือเพียง สายลม อันบางเบา
พัดคลึงเคล้า ยอดข้าว เขียวขจี
อยู่จนครบ คำรบ ตามกำหนด
รู้หมดจด วิชา ดั่งว่านี้
ปีกก็กล้า ขาแข็ง แรงก็มี
ก็ถึงที บินหลา ท้าสายลม... |